พิพิธภัณฑ์แห่งชาติออสโล (Nasjonalmuseet): คู่มือเที่ยวครบจบในที่เดียว

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (Nasjonalmuseet) แหล่งรวมศิลปะ สถาปัตยกรรม และการออกแบบที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ ตั้งอยู่ริมอ่าวออสโล ตั้งแต่ The Scream ต้นฉบับของมุงค์ ไปจนถึงงานออกแบบและศิลปะตกแต่งหลากศตวรรษ ทุกสิ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมนอร์เวย์ถูกรวบรวมไว้ใต้หลังคาเดียวกัน

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
Brynjulf Bulls plass 3, 0250 Oslo (ใจกลางเมือง ใกล้ Aker Brygge)
การเดินทาง
T-bane หรือรถไฟลงสถานี Nationaltheatret; รถรางสาย 12 ลง Aker Brygge; รถบัส 33/81 ลง Dokkveien
เวลาเที่ยวชม
2–4 ชั่วโมง (ถ้าตั้งใจชมทุกส่วน อาจใช้เวลาทั้งวัน)
ค่าใช้จ่าย
ผู้ใหญ่ 200 NOK; เยาวชน 18–24 ปี 120 NOK; นักเรียน 120 NOK; ต่ำกว่า 18 ปี เข้าฟรี
เหมาะสำหรับ
คนรักศิลปะ แฟนดีไซน์และสถาปัตยกรรม ครอบครัวที่มีเด็กโต
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.nasjonalmuseet.no/en/visit/locations/the-national-museum
มุมมองด้านนอกพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (Nasjonalmuseet) ในออสโลโชว์ตัวอาคารหินสมัยใหม่และทางเข้าใต้ท้องฟ้าสีฟ้าใส
Photo Ssu (CC BY-SA 4.0) (wikimedia)

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคืออะไร?

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ — หรือ Nasjonalmuseet ในภาษานอร์เวย์ — เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ สถาปัตยกรรม และการออกแบบที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ เปิดอาคารใหม่ที่ Brynjulf Bulls plass 3 ริมน้ำออสโลในปี 2022 โดยรวมหลายพิพิธภัณฑ์เดิมไว้ด้วยกัน กลายเป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมขนาดใหญ่ ตั้งแต่เครื่องใช้ศาสนายุคกลาง ภาพวาดยุคเรอเนซองส์ จนถึงดีไซน์ร่วมสมัยและงานสมัยใหม่ระดับสากล โดยมี The Scream ฉบับต้นฉบับของ Edvard Munch เป็นดาวเด่นที่สุด

ถ้าใครอยากเข้าใจวัฒนธรรมสายตานอร์เวย์แบบรวบรัด นี่คือจุดเริ่มต้นสมบูรณ์ ตึกพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ระหว่างทางเดินเล่นริมน้ำที่ Aker Brygge กับแนว Nationaltheatret ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์วัฒนธรรมและชุมชนสำคัญกลางเมืองออสโลแบบเต็มตัว

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ช่วงวันอังคารและพุธ พิพิธภัณฑ์เปิดถึง 20:00 เหมาะสำหรับใครที่อยากเดินสบาย ไม่ต้องเบียดคนเยอะหลังชั่วโมงเร่งด่วน

ตัวอาคาร: สถาปัตยกรรมที่ต้องหยุดดู

ตัวอาคารใหม่ของพิพิธภัณฑ์ก็เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสถาปัตยกรรมร่วมสมัยของออสโลขนานแท้ ตึกใหญ่โตแต่ดูเรียบหรู บุผิวหินสีอ่อนที่สะท้อนแสงเหนือเปลี่ยนไปตามฤดู เช้าเดือนมิถุนายนให้เฉดอุ่นนวล แต่ในวันเทาๆ ช่วงพฤศจิกา ตึกจะดูเงินหม่นขึ้นมาทันที ความใหญ่โตดูมีน้ำหนักแบบไม่ต้องโชว์ลวดลายฟูฟ่องแบบพิพิธภัณฑ์คลาสสิก

ลานทางเข้าที่ Brynjulf Bulls plass เปิดรับวิวฟยอร์ดให้เดินชมแล้วมองออกไกลๆ ก่อนเข้าตึก ลองหันไปทางใต้มอง Oslo City Hall กับท่าเรือ — เป็นเส้นทางเดินที่ให้อารมณ์เมืองมากที่สุดแห่งหนึ่ง ความตั้งใจวางอาคารตรงจุดตัดระหว่างแหล่งวัฒนธรรมกับริมน้ำนี้มีนัยยะน่าสนใจ ใครมีเวลาเดินเท้ามาจาก Aker Brygge จะสัมผัสการเป็นจุดยึดของเมืองชัดเจน

เดินดูผลงาน: มีอะไรให้ชมแต่ละห้อง

นิทรรศการถาวรของที่นี่อยู่หลายชั้นหลายโถง ขนาดใหญ่มาก อาจรู้สึกตื่นตาจนลายตาถ้าไม่เตรียมใจให้ดี ภาพวาดแนวโรแมนติกศตวรรษที่ 19 ของนอร์เวย์ครองพื้นที่สำคัญในแกลเลอรี และมีคุณภาพดีมาก ศิลปินแนวทิวทัศน์แบบ Johan Christian Dahl หรือ Thomas Fearnley ผลิตงานที่เทียบชั้นยุโรป แม้ชื่อเสียงอาจยังไม่ได้ดังนอกสแกนดิเนเวีย

คอลเลกชันศิลปะนานาชาติรวมทั้งภาพเก่า Impressionism ฝรั่งเศส และผลงานที่ช่วยเชื่อมศิลปะนอร์เวย์กับแนวทางยุโรป โซนศิลปะตกแต่งและดีไซน์มักถูกมองข้าม ทั้งที่หัตถกรรมแบบดั้งเดิมในสิ่งทอ เงิน เซรามิก โชว์อย่างจริงจัง ส่วนดีไซน์สมัยใหม่ก็มีเส้นทางพัฒนาอุตสาหกรรมและกราฟิกตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน

ถ้าใครอินกับ Edvard Munch มากกว่า The Scream ที่นี่ก็มีผลงานอื่นของเขาให้อ่านลึกขึ้น แต่ถ้าจุดหมายหลักคือ Munch จริงๆ Munch Museum ที่ Bjørvika เก็บงานของเขาไว้มากที่สุดในโลกและเหมาะสำหรับใครที่อยากจมดิ่งกับศิลปินคนนี้เต็มๆ

ℹ️ ดีที่ควรรู้

พิพิธภัณฑ์เปิดจันทร์-ศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ 10:00–17:00; อังคาร-พุธ 10:00–20:00 ปิดบางวันหยุดราชการ เช่น 24–26 ธ.ค. และ 31 ธ.ค.–1 ม.ค. ตรวจสอบอีกทีที่เว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

The Scream: ควรรู้อะไรกับประสบการณ์จริง

The Scream ของ Edvard Munch (1893) จัดแสดงในห้องเฉพาะ พร้อมควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างเพื่อรักษาผลงาน ห้องนี้จะมืดกว่าพื้นที่อื่นๆ ช่วงเช้าเสาร์-อาทิตย์ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) อาจต้องต่อแถวเพื่อเข้าดู และได้ยืนชมแบบโล่ง ๆ แค่ไม่กี่นาที แต่ถ้ามาวันอังคารหรือพุธช่วงเย็น จำนวนคนน้อยลงเยอะ มีโอกาสยืนหน้าภาพได้นานโดยไม่มีใครเบียด

ภาพจริงเล็กกว่าที่หลายคนคิด พลังของมันอยู่ที่มุมมองบิดเบี้ยวและการใช้สีเส้นแบบ Expressionism ซึ่งพอเห็นของจริงจะต่างกับที่ถ่ายพิมพ์ไว้เยอะ สีท้องฟ้าแดงส้มได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์บรรยากาศประหลาด — บางทฤษฎีว่าเป็นรังสีหลังภูเขาไฟ Krakatoa ปี 1883 ซึ่งมองเห็นไปทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ ความรู้สึกประวัติศาสตร์ของผลงานนี้มักสัมผัสได้เมื่อยืนต่อหน้า มากกว่าภาพพิมพ์หรือดิจิทัล

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

บางห้อง รวมถึงโซน The Scream อาจห้ามถ่ายรูป ตรวจสอบนโยบายที่หน้าพิพิธภัณฑ์หรือตรวจในเว็บไซต์ก่อนเข้าชม

วิธีเที่ยว: เดินแบบไหน ใช้เวลากี่ชั่วโมง

เดินทางมาที่นี่ด้วยขนส่งสาธารณะสะดวกสุด T-bane (ทุกสาย) และรถไฟภูมิภาคลงสถานี Nationaltheatret เดินต่อราว 7-10 นาที รถรางสาย 12 ลง Aker Brygge ก็อยู่ใกล้ทางเข้าริมน้ำมาก รถบัส 33 กับ 81 ลง Dokkveien ข้างๆ พิพิธภัณฑ์ฝั่ง Aker Brygge ไม่ต้องแนะนำให้ขึ้นแท็กซี่หรือขับรถมาเอง เพราะขนส่งที่นี่ตรงและง่ายที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง

หากใช้ Oslo Pass อย่าลืมเช็กว่ายังรวมค่าบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหรือไม่ เพราะเงื่อนไขอาจเปลี่ยนไปแต่ละซีซัน

ถ้าอยากเดินชมแบบเน้นไฮไลต์ แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง: ดูภาพศิลปะยุคโรแมนติก The Scream และโซนดีไซน์ แต่ถ้าอยากเดินครบทุกห้องถาวรและนิทรรศการพิเศษ อาจใช้เวลา 4 ชั่วโมง หรือกว่า แล้วแต่จังหวะจริงจัง สำหรับสายพิพิธภัณฑ์ที่แท้จริง มีคาเฟ่และร้านอาหารในตึก ใช้เวลาทั้งวันก็ยังได้

ตัวอาคารออกแบบให้รองรับรถเข็นเต็มรูปแบบ มีลิฟต์ระหว่างชั้นและโถงกว้างสบาย จุดจอดรถผู้พิการอยู่ที่ Dokkveien ด้านข้างฝั่ง Aker Brygge

ฤดูกาล คนเยอะ และช่วงเวลาน่าเที่ยวที่สุด

หน้าร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) คนจะเยอะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวันหยุด ช่วงเปิดเทอม โรงเรียนจะพาเด็กมาช่วงเช้าวันธรรมดา ช่วงที่คนโล่งที่สุดคือเย็นวันอังคารและพุธ (เปิดถึง 20:00) รวมถึงเช้ากลางสัปดาห์หน้าสปริง (เม.ย.-ต้นมิ.ย.) และฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-ต.ค.) หน้าหนาวก็มีเสน่ห์ของตัวเอง — แสงธรรมชาติที่ตกผ่านหน้าต่างน้อยลงกับบรรยากาศเงียบสงบ ชวนให้ชมภาพวาดแบบช้า ๆ ไม่เร่งรีบ

อากาศออสโลไม่มีอะไรที่เป็นอุปสรรคกับพิพิธภัณฑ์ เพราะนี่คือเสน่ห์ของกิจกรรมในร่มในเมืองอากาศเย็นแบบทะเลบอลติก ถ้าวางแผนว่าเที่ยวที่ไหนดีที่สุดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งพร้อมๆ กับสายวัฒนธรรม ลองดู คู่มือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยือนออสโล จะสรุปข้อดีข้อเสียแต่ละฤดูให้

ใครที่ควรคิดให้รอบคอบก่อนมา

ถ้าอยากสัมผัสศิลปินเดี่ยวแบบอินลึก อาจไม่เหมาะเท่ากับพิพิธภัณฑ์แนว single-artist collection ครอบครัวที่มีเด็กเล็กอาจพบว่าที่นี่ให้ประสบการณ์ต่างจากพิพิธภัณฑ์เด็ก เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ต้องการสมาธิ ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ท่าเรือ และประวัติศาสตร์ไวกิ้งมากกว่า? ที่อื่นอาจตอบโจทย์มากกว่า

สำหรับใครที่อยากเจาะลึกวัตถุยุคไวกิ้งโดยเฉพาะ ลองดู คู่มือประวัติศาสตร์ไวกิ้งในออสโล เพื่อดูว่าคลังกับจุดท่องเที่ยวไหนที่เน้นไวกิ้งจริง ๆ บ้าง

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • เย็นวันอังคารและพุธ (เปิดถึง 20:00 ตามปกติ) คนจะน้อยกว่าจริงๆ พิพิธภัณฑ์จะโล่งขึ้นหลัง 17:00 โดยเฉพาะห้อง The Scream ให้บรรยากาศนิ่งๆ ชวนหายใจลึกสักพัก
  • เข้าทางฝั่ง Brynjulf Bulls plass (ประตูหลักติดน้ำ) จะได้เห็นมุมตึกเต็มๆ เห็นความยิ่งใหญ่และภูมิทัศน์ริมน้ำก่อนเข้าไปข้างใน
  • โซนศิลปะตกแต่งและดีไซน์มักถูกมองข้าม ทั้งที่จัดแสดงเครื่องเงิน ผ้า และงานออกแบบศตวรรษที่ 20 ไว้แบบลึกน่าสนใจ อย่างน้อยควรเผื่อเวลาตรงนี้ด้วย
  • เสียงบรรยายและคอนเทนต์ในแอปช่วยให้เข้าใจศิลปะสมัย Norwegian Romantic ได้ลึกขึ้น เพราะบริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญ
  • ถ้าจะมาต่อกับ Aker Brygge หรือทัวร์ฟยอร์ดในหน้าร้อน แนะนำให้มาพิพิธภัณฑ์แต่เช้า (10:00) ใช้เวลาช่วงเช้าเดินดูให้เต็มที่ แล้วไปเดินเล่นริมฟยอร์ดยามบ่ายที่แสงสวย

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (Nasjonalmuseet) เหมาะสำหรับใคร?

  • แฟนศิลปะและดีไซน์ที่อยากสำรวจศิลปะนอร์เวย์และนานาชาติครบจบในที่เดียว
  • นักเดินทางที่สนใจงานของ Edvard Munch และศิลปะ Expressionism แบบนอร์เวย์
  • คนสนใจสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ต่อยอดในเมืองเก่าได้อย่างกลมกลืน
  • นักท่องเที่ยวที่วางแผนเส้นทางสายวัฒนธรรมในออสโล ใจเย็นๆ ใช้เวลาหนึ่งวันชมพิพิธภัณฑ์คุณภาพ
  • คนเคยมาออสโลหลายรอบ เที่ยวโซนพิพิธภัณฑ์ Bygdøy หมดแล้ว อยากเปิดโลกศิลปะแห่งชาติในตัวเมือง

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Sentrum (ใจกลางเมือง):

  • ป้อมอาเกอร์สฮูส

    ป้อมอาเกอร์สฮูส (Akershus slott og festning) คือป้อมปราการหลวงยุคกลางที่เฝ้าท่าเรือออสโลมาตั้งแต่ราวปี 1299 เดินชมพื้นที่ฟรีตลอดปี สัมผัสวิวออสโลฟยอร์ดแบบกว้าง ลานหินกลมเก่าแก่ และปราสาทที่บันทึกประวัติศาสตร์นอร์เวย์กว่า 700 ปี

  • Damstredet & Telthusbakken

    สองซอยเล็กกลางเมืองออสโลที่ยังคงรักษาบ้านไม้ในยุคปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ไว้ได้ ต่างจากเมืองที่เหลือที่เปลี่ยนโฉมไปเพราะไฟไหม้และความทันสมัย ที่นี่เดินได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง Damstredet กับ Telthusbakken เปิดโอกาสให้คุณสัมผัสออสโลยุคก่อนอุตสาหกรรม ไม่ถึงสิบห้านาทีจากรัฐสภา

  • พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Historisk Museum)

    พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ในอาคารยุคต้นศตวรรษที่ 20 บนจัตุรัส Tullinløkka ใจกลางกรุงออสโล แหล่งรวมโบราณวัตถุสำคัญของนอร์เวย์ ตั้งแต่ทองไวกิ้ง มัมมี่อียิปต์ ไปจนถึงชิ้นงานพื้นเมืองอาร์กติก เป็นหนึ่งในกิจกรรมในร่มที่แนะนำที่สุดของเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเก็บรายละเอียดให้ทั่ว

  • Nationaltheatret (โรงละครแห่งชาติ)

    โรงละครแห่งชาติ Oslo หรือ Nationaltheatret คือเวทีการแสดงที่ทรงเกียรติที่สุดของนอร์เวย์มาตั้งแต่ปี 1899 ตัวอาคารสถาปัตยกรรมแนวนีโอบารอกตั้งตระหง่านระหว่างวังหลวงกับอาคารรัฐสภา ทุกอย่างตั้งแต่บทละครของ Ibsen ไปจนถึงผลงานแนวใหม่ของนอร์เวย์ถูกนำมาแสดงที่นี่ แม้คุณจะไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าไปชม แค่ได้เห็นตัวอาคารก็จะเข้าใจเลยว่า นอร์เวย์ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมตัวเองจริงจังแค่ไหน