Jardines de Sabatini: สวนหลวงสุดสง่างามแห่งมาดริด
สวนสไตล์นีโอคลาสสิกบนฝั่งเหนือของพระราชวังหลวงมาดริด Jardines de Sabatini ถือเป็นพื้นที่สีเขียวที่เปี่ยมบรรยากาศ สวนนี้เปิดให้เข้าฟรี โดยจะเปิดประมาณ 09:00 ทุกวัน และปิดระหว่าง 21:00-22:00 แล้วแต่ฤดูกาล เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ราชวงศ์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- ด้านเหนือของพระราชวังหลวงมาดริด เขตเซนโทร
- การเดินทาง
- จอด BiciMAD ที่ Plaza de España, San Quintín, Palacio de Oriente และ Plaza de Ramales
- เวลาเที่ยวชม
- ประมาณ 30–60 นาที
- ค่าใช้จ่าย
- เข้าฟรี
- เหมาะสำหรับ
- เดินเล่นยามเย็น ถ่ายรูปพระราชวัง หลีกหนีความวุ่นวาย
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.esmadrid.com/en/tourist-information/jardines-de-sabatini

Jardines de Sabatini คืออะไร?
Jardines de Sabatini ตั้งอยู่ติดด้านเหนือของพระราชวังหลวงมาดริด เป็นสวนแบบฝรั่งเศสยุคศตวรรษที่ 18 ที่คุมด้วยเส้นสายเรขาคณิตเป๊ะ ๆ ไม้พุ่มรูปกล่องตัดเฉียบ ทางกรวดสะอาดเรียบ มีสระใหญ่ตรงกลาง และเรียงรูปปั้นหินอ่อนที่เดิมตั้งใจทำไว้สำหรับพระราชวัง รวม ๆ แล้วสวนนี้ดูเย็นตา หรู เรียบอย่างสุขุม
สวนนี้อยู่ต่ำกว่าถนนรอบ ๆ ประมาณสิบเมตร เมื่อเทียบกับ Plaza de Oriente ต่อถึงกันด้วยบันไดหินกว้าง ๆ ที่ดูเหมือนฉากเปิดตัว เวลาเดินลงจากบันไดจะเห็นวิวพระราชวังฝั่งใต้เต็มตา ถือเป็นมุมที่สวยที่สุดมุมหนึ่งของพระราชวังแห่งนี้ และไม่ต้องเสียสักยูโรเลย
ℹ️ ดีที่ควรรู้
เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 09:00 ปิด 21:00 (ช่วงต.ค.–เม.ย.) และ 22:00 (ช่วงพ.ค.–ก.ย.) อาจปิดในวันที่อากาศแปรปรวนหรือฝนตกหนัก เข้าได้ฟรีโดยไม่ต้องมีตั๋ว
ประวัติย่อ: จากคอกม้าหลวงสู่สวนสาธารณะ
ชื่อสวนนี้มาจาก Francesco Sabatini (1722–1797) สถาปนิกเชื้อสายซิซิลีที่ทำงานให้ราชบัลลังก์สเปน โดยเขาออกแบบคอกม้าหลวงไว้ที่นี่เดิม หลายสิบปีที่นี่เคยเป็นพื้นที่จำกัดสำหรับราชสำนัก เป็นศูนย์กลางดูแลม้าให้ราชวงศ์บูร์บงที่อยู่ติดกันนี้เอง
ช่วงต้นทศวรรษ 1930 ระหว่างสาธารณรัฐสเปนครั้งที่สอง รัฐเริ่มรื้อคอกม้าเก่าเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะ แต่แล้วโครงการก็หยุดไปเพราะสงครามกลางเมือง กระทั่งกลับมาก่อสร้างต่อและเสร็จสมบูรณ์ตอนปลายทศวรรษ 1970 ก่อนจะเปิดทางการในปี 1978 โดยกษัตริย์ฮวน คาร์ลอสที่ 1 ความล่าช้ายาวนานนี้ ทำให้สวนดูเหมือนมีชั้นโบราณคดีซ้อนกันอยู่ทั้งในดีไซน์เก่าและสมัยใหม่
รูปปั้นหินตามทางเดินบางตัวแต่เดิมหล่อไว้สำหรับตั้งบนขอบหลังคาพระราชวัง แต่อาจเพราะน้ำหนักมากไปเลยไม่ได้ติดตั้ง สุดท้ายถูกนำมาวางไว้ที่นี่จนดูเหมือนสวนเล็ก ๆ นี้มีงานประติมากรรมชิ้นสำคัญในอากาศเฉย ๆ หลายคนเดินผ่านโดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ
ตั๋วและทัวร์
ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์
Royal Monastery of El Escorial and the Valley of the Fallen trip from Madrid
เริ่มต้นที่ 64 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีFlexible time Real Madrid: Bernabeu Stadium & Museum Entry
เริ่มต้นที่ 42 €ยืนยันทันทีMuseum of Senses Madrid entrance ticket
เริ่มต้นที่ 19 €ยืนยันทันทีAvila and Segovia full-day tour from Madrid
เริ่มต้นที่ 50 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี
มาถึงแล้วต้องเจออะไรบ้าง
เข้าทาง Calle de Bailén คือถนนใหญ่ฝั่งตะวันออกขอบพระราชวัง หรือเลือกทางบันไดหินจาก Plaza de Oriente ซึ่งเป็นทางเข้าแบบอลังการสุด ๆ คุณจะได้ก้าวจากจัตุรัสคนเดินพลุกพล่านเข้าสู่โลกที่เงียบสงบ กรูสีกับกลิ่นไม้พุ่มอย่างรวดเร็ว
สระน้ำสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกลางคือไฮไลต์ของที่นี่ โดยเฉพาะยามเช้าที่เงียบ ๆ น้ำจะสะท้อนพระราชวังได้ชัดเจน พุ่มต้นไม้โดยรอบเตี้ยกว่าระดับสายตาทำให้มองเห็นเงาสะท้อนจากหลายมุมได้เลย ทางเดินภายในรั้วยาวข้างสระเรียงปาร์แตร์กับรูปปั้นหินเสมือนอยู่ในขบวนเกียรติยศ โดยรวมดูนิ่ง มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาบ้าง แต่จะเป็นสวนที่ดูเรียบสะอาดตา เน้นหิน ทราย และไม้ตัดมากกว่าสวนป่าแนวธรรมชาติ
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
ถ่ายภาพพระราชวังให้เฟรมสวยที่สุดต้องไปปลายสระด้านเหนือ ช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงแดดตกตรงหน้าพระราชวัง พยายามไปก่อนปิดประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง แสงจะอบอุ่นและสวยงาม
สวนเปลี่ยนบรรยากาศอย่างไรระหว่างวัน
เช้าแต่วันโดยเฉพาะวันธรรมดา สวนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้เป็นของตัวเอง ไม่มีคนจูงหมาเข้ามาได้ (ที่นี่ไม่อนุญาตสัตว์เลี้ยง ต่างจากสวนสาธารณะอื่นในมาดริด) เดินบนกรวดที่สงบ แสงแดดเช้าแตะกับรูปปั้นหินเป็นเงางามกว่ากลางวันมาก
สาย ๆ ช่วงหน้าร้อนจะเริ่มมีกลุ่มทัวร์แวะเข้ามา ระหว่างเดินระหว่างพระราชวังกับปลาซ่า ทำให้สวนกลายเป็นจุดพักหรือผ่านมากกว่าจะมาเดินเล่น ในฤดูร้อนของมาดริด อุณหภูมิสบายเฉลี่ยก็ปาเข้าไป 33–35°C ต้นไม้ใหญ่รอบขอบสวนพอจะช่วยบังแดดได้อยู่บ้าง แต่โดยรวมไม่ใช่มุมพักเย็นสบายในวันที่ร้อนแรง แนะนำให้เตรียมน้ำติดตัวไว้
ช่วงบ่ายถึงหัวค่ำคือเวลาที่ดีที่สุด โดยหน้าร้อนสวนเปิดถึง 22:00 (หน้าหนาวปิด 21:00) หลังหนึ่งทุ่ม คนจะน้อย อากาศเริ่มเย็นลง ผนังพระราชวังถูกแสงอุ่น ๆ ส่อง จากปลายฤดูใบไม้ผลิจนถึงใบไม้ร่วง ช่วงเย็นนี่แหละที่สวนดูบรรยากาศดีสุด ๆ กลิ่นไม้ตัดคละคลุ้ง เสียงน้ำพุชัด และเงาแวดล้อมของกำแพงกับพุ่มไม้ช่วยให้ที่นี่ดูอบอุ่นแทนที่จะถูกบีบคั้น
เดินทางมาที่นี่: เคล็ดไม่ลับเดินชมสวน
สวนนี้เดินจากย่านเก่ามาดริดมาแค่ไม่กี่นาที จาก Puerta del Sol เดินไปทางตะวันตกบน Calle Mayor แล้วต่อไปที่ Calle de Bailén ใช้เวลาราว ๆ 15–20 นาทีเอง ถ้ามาจาก Plaza de España ก็ใกล้เข้าไปอีก เดินเลียบพระราชวังแค่ 5 นาทีก็ถึง
บันไดหินที่เชื่อม Plaza de Oriente มายังตัวสวนต่ำข้างล่างกว้างแต่ค่อนข้างชัน ไม่มีทางลาดสำหรับผู้ใช้รถเข็นหรือรถเข็นเด็กที่ทางเข้าหลัก แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลกับเทศบาลเมืองมาดริดถ้าต้องการมาแบบรถเข็น เมื่อเข้าไปในพื้นที่แล้ว ทางเดินในสวนราบเรียบเป็นกรวด ไม่มีเนินสูงชัน
สวน Jardines de Sabatini เหมาะจะจัดเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเที่ยวครึ่งวันที่รวมกับ พระราชวังหลวงแห่งมาดริด เอง, Campo del Moro ฝั่งใต้และตะวันตกของพระราชวัง กับ Plaza de Oriente ที่อยู่ติดกัน ทั้งสามแห่งนี้เข้าฟรีหมด และแต่ละจุดก็มีมุมมองพระราชวังจากคนละทิศ เที่ยวแบบสบาย ๆ เช้าเดียวเก็บครบ
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าสวน Jardines de Sabatini ถ้าใครพาสุนัขมาด้วย ฝากไว้ที่ถนนรอบ ๆ หรือ Plaza de Oriente ซึ่งเป็นโซน pet-friendly แทน
ถ่ายรูปสวย ๆ และสิ่งที่สวนนี้ให้จริง ๆ
Jardines de Sabatini ถ่ายรูปขึ้นกล้องมาก โดยเฉพาะมุมสระน้ำกับพระราชวังด้านหลัง แถวรูปปั้นเรียงรายมีไม้กระถางตัดตามแนว หรือมุมย้อนขึ้นไปทางบันไดจากพื้นสวนกลับไปยัง Plaza de Oriente แต่มุมอื่น ๆ ภายในสวนจะค่อนข้างซ้ำ มีขนาดไม่ใหญ่นัก เดินได้ไม่กี่รอบ ไม่มีจุดลับหรือพื้นที่หลบซ่อนให้ค้นพบแบบสวนอื่น
ถ้าเทียบกับสวนอื่นในมาดริดอย่าง Real Jardín Botánico ที่อยู่ใกล้ Prado หรือ Retiro ที่ร่มรื่นมากกว่านี้ อาจไม่ได้หวือหวา แต่บริบทของสวนนี้คือเป็นฉากหน้า-หลังให้พระราชวัง เหมาะมาคู่หรือหลังจากเดินดูวังจบ จุดเด่นอีกอย่างคือฟรี อยู่ใจกลางเมือง และเปิดถึงดึก เลยง่ายต่อการใส่ลงในทริป
ใครหวังมานั่งปิกนิก, ออกกำลังกาย หรืออยากได้ฟีลสวนยุโรปแบบผ่อนคลายมาก ๆ อาจผิดหวัง เพราะดีไซน์ที่นี่ต้องใช้ความเข้าใจเรื่องเรขาคณิตและประวัติศาสตร์ถึงจะเห็นเสน่ห์ และกฎห้ามสัตว์เลี้ยงก็ช่วยคุมบรรยากาศให้สุภาพเนี๊ยบ สวนนี้เหมาะเป็นกรอบภาพให้พระราชวัง มากกว่าเป็นสนามหญ้าแฮงค์เอาต์เอง
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ควรมาเวลาช่วง 19:00-21:00 ในเย็นวันธรรมดา เดือนเมษายน พฤษภาคม หรือ ตุลาคม คนกลุ่มใหญ่กลับหมดแล้ว แสงกำลังทองสวย สวนก็เงียบ มีแต่เสียงน้ำพุเท่านั้น
- ถ่ายรูปพระราชวังให้เห็นตัวอาคารเต็ม ๆ ควรยืนที่ปลายสระน้ำด้านเหนือ จะไม่มีอะไรบัง วิวโล่งกว่าด้านบันไดที่คนส่วนมากถ่าย เดินรอบสระสักนิดแล้วเลือกมุม
- รูปปั้นหินอ่อนที่เห็นอยู่ในสวนนั้น เดิมทีปั้นมาไว้บนหลังคาพระราชวัง แต่เปลี่ยนใจนำมาวางที่นี่ ลองดูรายละเอียดตรงฐาน ประวัติและร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของแต่ละชิ้นสามารถมองเห็นชัดเจน
- วันที่อากาศร้อน แนวไม้ตกแต่งตัดข้าง ๆ เส้นทางด้านทิศตะวันออกยังร่มเกือบทั้งเช้า เลือกนั่งเล่นม้านั่งตรงนี้ เย็นสบายสุดในสวน
- ทางลงบันไดจาก Plaza de Oriente ทำให้คุณเห็นแปลนสวนสวยทั้งชุดก่อนเดินลงมาข้างล่าง แวะหยุดชมวิวที่ยอดบันไดสักนิด จะเห็นลายเรขาคณิตชัดเจนกว่าตอนเดินในระดับพื้น
Jardines de Sabatini เหมาะสำหรับใคร?
- ใครที่ไปเที่ยวพระราชวังหลวงแล้วอยากมีมุมพักผ่อนกลางแจ้งฟรี หลังเดินชมด้านในจบ
- คนรักการถ่ายภาพที่ชอบมุมองค์ประกอบสมมาตร โซนพระราชวังและสวน
- คู่รักหรือคนชอบเดินเล่นที่อยากเดินชิล ๆ ยามเย็นใกล้ศูนย์กลางเมืองประวัติศาสตร์
- สายสถาปัตยกรรมหรือประวัติศาสตร์สวน ที่สนใจงานออกแบบภูมิทัศน์ยุคศตวรรษที่ 18
- สายประหยัด อยากจัดเช็คลิสต์เที่ยวฟรีครึ่งวันรอบ ๆ พระราชวัง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Sol & Centro:
- Catedral de la Almudena
มหาวิหารอัลมูเดนาแห่งนี้ใช้เวลากว่า 100 ปีตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงพิธีอุทิศในปี 1993 ถือเป็นหนึ่งในวิหารใหญ่ที่ใหม่ที่สุดของยุโรป อยู่ตรงข้ามพระราชวังมาดริดและเข้าได้ฟรี ด้านในงดงาม มีสีสันและกล้าทดลองไม่เหมือนด้านนอกเลยครับ
- สวนกัมโป เดล โมโร
Jardines del Campo del Moro กระจายตัวกว่า 20 เฮกตาร์อยู่หลังพระราชวังหลวงโดยตรง เปิดให้เข้าฟรี คนบางตากว่าสวนฝั่งหน้า วางสวนแบบอังกฤษสุดโรแมนติก เหมือนอยู่ไกลเมืองแม้จะใกล้แค่เอื้อม
- Círculo de Bellas Artes
มีอาคารไม่กี่แห่งในมาดริดที่ได้ใจทั้งรูปลักษณ์และประสบการณ์ในทีเดียว Círculo de Bellas Artes จัดเต็มทั้งตึกหอคอยดีไซน์โดย Palacios ที่อยู่ในเขตมรดกโลกยูเนสโก 'Paisaje de la Luz' พร้อมดาดฟ้าวิวเหนือ Gran Vía นิทรรศการศิลปะหมุนเวียน และคาเฟ่บรรยากาศสุดคลาสสิกแห่งหนึ่งของเมือง เข้าอาคารกับคาเฟ่ La Pecera ไม่เสียค่าเข้าชม ดาดฟ้าและนิทรรศการมีค่าใช้จ่ายแยกเริ่มต้นราว €6
- Edificio Metrópolis
Edificio Metrópolis ตั้งอยู่ตรงหัวมุมที่ถนน Calle de Alcalá ตัดกับ Gran Vía ถือเป็นอาคารสไตล์ Belle Époque ที่โดดเด่นที่สุดของมาดริด หลังคาโดมกระดานชนวนสีเข้ม รายละเอียดสีทอง และรูปปั้นเทพีวีกตอเรียบนยอด ทำให้อาคารนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คที่น่ามอง แม้ตัวอาคารจะไม่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ก็ตาม นี่คือข้อมูลครบถ้วนที่ควรรู้ก่อนเดินทางไป