เอ็มควอเทียร์: ห้างที่สถาปัตยกรรมโดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ

เอ็มควอเทียร์เป็นคอมเพล็กซ์ช้อปปิ้งและร้านอาหารระดับไฮเอนด์บนถนนสุขุมวิท แบ่งออกเป็น 3 อาคารที่เชื่อมถึงกัน มีผนังสวนแนวตั้งแบบขั้นบันได สวนป่าบนดาดฟ้า และแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 300 แบรนด์ เป็นที่ที่ตัวอาคารเองก็คุ้มค่าแก่การมาชม แม้จะไม่ได้ตั้งใจจะจ่ายสักบาท

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
693, 695 ถนนสุขุมวิท คลองเตย กรุงเทพฯ
การเดินทาง
BTS พร้อมพงษ์ (ทางออก 1 เชื่อมตรงเข้าห้าง)
เวลาเที่ยวชม
2–4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าจะกินหรือเดินดูมากแค่ไหน
ค่าใช้จ่าย
เข้าฟรี ค่าอาหารและช้อปปิ้งแล้วแต่ร้าน
เหมาะสำหรับ
คนรักสถาปัตยกรรม สายกิน นักช้อประดับกลางถึงหรู
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.emquartier.co.th
ห้างเอ็มควอเทียร์กรุงเทพฯ มุมทางเดินเปิดโล่งพร้อมต้นไม้เขียวชอุ่มและระเบียงหลายชั้นในยามเย็น
Photo กสิณธร ราชโอรส (CC BY-SA 4.0) (wikimedia)

เอ็มควอเทียร์คืออะไรกันแน่

เอ็มควอเทียร์เปิดตัวในปี 2558 ในฐานะเสาหลักที่สองของ The EM District ย่านค้าปลีกที่พัฒนาโดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป บนถนนสุขุมวิท ตั้งอยู่ตรงข้ามห้างเอ็มโพเรียมที่เปิดมาก่อน โดยมีสกายบริดจ์เชื่อมถึงกัน กลายเป็นระบบนิเวศค้าปลีกขนาดใหญ่ที่แข่งขันกับกลุ่มห้างย่านสยามได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

ตัวคอมเพล็กซ์แบ่งออกเป็น 3 อาคาร ได้แก่ The Helix Quartier, The Waterfall Quartier และ The Glass Quartier แต่ละอาคารมีคาแรกเตอร์ชัดเจน Helix คือไฮไลท์ด้านภาพลักษณ์ มีเอเทรียมเกลียวหมุนห่อหุ้มด้วยผนังต้นไม้เขตร้อนสูง 6 ชั้น Waterfall ได้ชื่อจากน้ำตกในร่มขนาดใหญ่ที่ตกผ่านหลายชั้นร้านอาหาร ส่วน Glass เป็นอาคารที่คอนเวนชันนอลที่สุด รวมแบรนด์ค้าปลีกกระแสหลักไว้ในชั้นล่างๆ

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

เข้าทาง BTS พร้อมพงษ์ ทางออก 1 จะมีทางเดินมีหลังคาพร้อมแอร์เชื่อมตรงเข้า The Glass Quartier ชั้น G ไม่ต้องลงไปเดินระดับถนนเลย ซึ่งช่วยได้มากในหน้าฝน

สถาปัตยกรรม: มากกว่าแค่ห้างสรรพสินค้า

ผนังด้านนอกของ Helix Quartier โดดเด่นผิดธรรมดาสำหรับกรุงเทพฯ ต้นไม้กว่า 30,000 ต้นปกคลุมผนังเขียวแบบเกลียวหมุนที่หันหน้าออกถนนสุขุมวิท โครงสร้างโค้งขึ้นเป็นทางลาดเกลียวแทนการใช้บันไดเลื่อนแบบชั้นต่อชั้น เดินตามทางเกลียวจะค่อยๆ เผยให้เห็นเอเทรียมด้านล่างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าสนใจกว่าที่คิดเยอะ งานออกแบบนี้เป็นฝีมือบริษัทสถาปนิก Leeser Architecture และได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติไม่นานหลังเปิดตัว

วัสดุภายในเน้นคอนกรีตขัดมัน เหล็กเปลือย และแสงไฟอุ่นที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามเวลา ช่วงเช้าแสงธรรมชาติส่องผ่านสกายไลท์ลงมาท่วมชั้นบนของ Helix Atrium ทำให้ผนังต้นไม้ดูเหมือนอยู่ในเรือนกระจก พอตกเย็นแสงไฟจะอุ่นขึ้นและดรามาติกขึ้น ชั้นร้านอาหารเริ่มมีเสียงผู้คนคึกคัก บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับสายถ่ายรูป ทางลาดเกลียว Helix คือจุดที่ห้ามพลาด ถ่ายจากชั้นล่างเงยขึ้นไปตามเส้นโค้ง ช่วงก่อนเที่ยงแสงจะสาดผ่านสกายไลท์ได้สวยสุด วันธรรมดาตอนเช้าทางลาดแทบไม่มีคน ไม่ต้องกลัวใครมาบังเฟรม

ช้อปปิ้ง: มีอะไรให้ซื้อบ้าง

เอ็มควอเทียร์วางตัวในระดับกลางบนถึงลักชัวรี Glass Quartier มีแบรนด์ไฮสตรีทระดับสากลเคียงคู่แบรนด์ดีไซเนอร์ไทย ส่วนชั้นของ Helix เน้นสินค้าไลฟ์สไตล์ เวลเนส และสเปเชียลตี้ ถ้าเน้นช้อปลักชัวรีจริงจัง เอ็มโพเรียม กับสยามพารากอนมีแฟล็กชิปแบรนด์ยุโรปครบกว่า แต่เอ็มควอเทียร์ก็ไม่น้อยหน้าเรื่องแฟชั่นร่วมสมัยและของแต่งบ้าน

ชั้นใต้ดินและชั้นล่างของ Glass Quartier มีซูเปอร์มาร์เก็ตสต็อกดีและฟู้ดฮอลล์ที่มีอาหารไทยและญี่ปุ่นสำเร็จรูป เหมาะสำหรับคนที่ทำอาหารเองหรืออยากกินเร็วๆ คุณภาพดีโดยไม่ต้องนั่งร้าน คุณภาพวัตถุดิบที่นี่ดีกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในเมืองอย่างเห็นได้ชัด

เอ็มควอเทียร์ไม่ใช่ที่สำหรับหาของถูก ตลาดอย่างตลาดนัดจตุจักร หรือตลาดประตูน้ำ ทำหน้าที่นั้นได้ดีกว่า เอ็มควอเทียร์คือที่สำหรับช้อปสบายๆ ในห้องแอร์ ไซส์มาตรฐาน เปลี่ยนคืนสะดวก และบริการสมราคา

ร้านอาหาร: จุดขายตัวจริงสำหรับหลายคน

เรื่องอาหารของเอ็มควอเทียร์น่าสนใจกว่าห้างทั่วไปในกรุงเทพฯ มาก ชั้นบนของ Helix Quartier อุทิศให้ร้านอาหารและคาเฟ่เกือบทั้งหมด และมีความหลากหลายเกินคาด ตั้งแต่ราเมนญี่ปุ่น อาหารฟิวชันเปรู ไปจนถึงร้านข้าวมันไก่สไตล์ไทยแท้ๆ แทรกอยู่ข้างเดสเสิร์ตบาร์สบายๆ ร้านอาหารเรียงรายรอบเอเทรียม ส่วนใหญ่เปิดหน้าร้านมองลงไปในเกลียว ทำให้รู้สึกโปร่งสบายกว่าร้านอาหารในห้างทั่วไป

ชั้นร้านอาหารของ Waterfall Quartier จะเสียงดังและมีชีวิตชีวามากกว่า โดยเฉพาะหลัง 1 ทุ่มในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่กลุ่มเพื่อนๆ นั่งกินกันยาว เสียงน้ำตกในร่มดังเป็นพื้นหลังอยู่ตลอด กลับทำให้พื้นที่รู้สึกคึกคักขึ้นแทนที่จะเงียบ ถ้าอยากนั่งดินเนอร์ที่มีบรรยากาศโดยไม่ต้องออกไปเดินถนนตอนค่ำ โซนนี้ตอบโจทย์

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ร้านอาหารยอดนิยมใน Helix ช่วงดินเนอร์วันศุกร์-เสาร์เต็มเร็วมาก ถ้าจะมากินควรจองล่วงหน้า หรือมาถึงก่อนหกโมงครึ่งเพื่อให้ได้โต๊ะโดยไม่ต้องรอ

อยากแวะจิบกาแฟ มีคาเฟ่สเปเชียลตี้หลายร้านบนชั้นกลางของ Helix ที่กาแฟดีกว่าร้านเชนชั้นล่าง แถมได้วิวมองลงเอเทรียมเป็นของแถม ช่วงบ่าย 3 โมงมักจะเริ่มแน่น เพราะคนหนีร้อนเข้ามาหลบในห้างกัน

ควรมาเวลาไหน และบรรยากาศเปลี่ยนอย่างไรตลอดวัน

เอ็มควอเทียร์เปิด 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มทุกวัน วันธรรมดาช่วง 10 โมงถึงเที่ยงเป็นช่วงเงียบที่สุด ทางลาด Helix แทบไม่มีคนเดิน ร้านอาหารเสิร์ฟเต็มเมนูโดยไม่ต้องต่อคิว และสัดส่วนพนักงานต่อลูกค้าสูง แปลว่าบริการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ช่วงเที่ยงถึงบ่ายสองพนักงานออฟฟิศจากย่านธุรกิจสุขุมวิทจะหลั่งไหลเข้ามา ฟู้ดฮอลล์เต็มเร็วและรอลิฟต์นานขึ้น ถ้ามาช่วงนี้แนะนำขึ้นไปชั้นบนของ Helix ซึ่งคนน้อยกว่ามาก

เย็นวันเสาร์คือช่วงที่มีพลังงานสูงสุด แต่ก็เดินยากสุดเช่นกัน ทั้งสามอาคารเต็มไปด้วยคนทำงานรุ่นใหม่ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ Waterfall Quartier ที่จะเสียงดังมาก ถ้าไม่ชอบคนเยอะหรือมากับเด็ก มาวันอังคารหรือพุธช่วงบ่ายจะได้สัมผัสประสบการณ์เต็มที่โดยไม่ต้องเบียดกัน

ℹ️ ดีที่ควรรู้

เอ็มควอเทียร์รองรับวีลแชร์ได้ทั้ง 3 อาคาร ลิฟต์มีทุกชั้น ส่วนทางลาดเกลียวของ Helix แม้จะเป็นรูปเกลียว แต่สามารถใช้ได้โดยมีคนช่วย พนักงานพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านการเข้าถึง

การเดินทางมาและจุดน่าสนใจรอบข้าง

สถานี BTS พร้อมพงษ์เชื่อมตรงเข้าห้างผ่านทางเดินมีหลังคาที่ทางออก 1 ทำให้เอ็มควอเทียร์เป็นห้างใหญ่ที่มาง่ายที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องนั่งแท็กซี่ จากสยามมาแค่ 2 สถานีทางทิศตะวันออกบนสายสุขุมวิท จากอโศกหรือนานามาแค่ 1–2 สถานีทางทิศตะวันตก

เอ็มควอเทียร์ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท ถนนรอบข้างจึงมีอะไรให้ทำมากนอกเหนือจากในห้าง ฝั่งตรงข้าม BTS คือสวนเบญจสิริ สวนสาธารณะที่น่าแวะก่อนหรือหลังเข้าห้าง โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ที่คนท้องถิ่นมาออกกำลังกาย ย่านสุขุมวิท ทอดยาวไปทั้งสองทิศทาง เต็มไปด้วยร้านอาหารอิสระ ร้านสตรีทฟู้ด และบูติกเล็กๆ ที่เป็นอีกมิติหนึ่งเทียบกับบรรยากาศภายในห้าง

มีที่จอดรถหลายชั้นใต้ดินสำหรับคนที่ขับมาเองหรือมา Grab แต่ช่วงเย็นวันหยุดอาจต้องรอออกนานถึง 30 นาทีขึ้นไป BTS ยังคงเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุดอย่างชัดเจน

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • สวนลอยฟ้าชั้นบนของ Helix Quartier มักถูกมองข้ามไป เพราะคนส่วนใหญ่หยุดแค่ชั้นร้านอาหาร จริงๆ แล้วตรงนี้เป็นจุดชมวิวกลางแจ้งมองเห็นถนนสุขุมวิท มีลมพัดเย็นสบาย เหมาะหนีร้อนช่วงบ่ายแก่ๆ
  • สกายบริดจ์ที่เชื่อมเอ็มควอเทียร์กับเอ็มโพเรียมมีแอร์ตลอดทาง เดินข้ามใช้เวลาแค่ประมาณ 3 นาที เดินเปรียบเทียบทั้งสองห้างได้เลย ทำให้ตัวเลือกร้านอาหารและร้านค้าเพิ่มเป็นสองเท่าโดยไม่ต้องออกไปเดินบนถนน
  • ถ้าต้องการช่างตัดเสื้อหรือแก้เสื้อผ้าด่วน มีร้านตัดเสื้อดีๆ หลายร้านอยู่ชั้นล่างของ Glass Quartier รับงานพื้นฐานเสร็จภายใน 24–48 ชั่วโมง เร็วกว่าร้านทั่วไปบนสุขุมวิทอีก
  • ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นใต้ดินมีวัตถุดิบนำเข้าและของพิเศษจากไทยที่หาได้ยากในใจกลางกรุงเทพฯ ถ้าจะทำอาหารเองหรืออยากซื้อขนมพรีเมียมกลับบ้าน ที่นี่ควรค่าแก่การแวะมาก
  • ถ่ายรูป Helix Atrium ได้มุมสวยสุดจากทางลาดชั้น 2–3 โดยเงยขึ้นไปหาสกายไลท์ มุมนี้จะเก็บเส้นโค้งของเกลียวและผนังต้นไม้ได้ทั้งหมดในเฟรมเดียว

เอ็มควอเทียร์ เหมาะสำหรับใคร?

  • คนรักสถาปัตยกรรมและงานดีไซน์ ที่อยากเห็นว่าห้างจริงจังกับโครงสร้างแค่ไหน
  • สายกินที่อยากได้อาหารหลากหลายในที่เดียว สบายๆ ไม่ต้องฝ่ารถติด
  • นักช้อปที่มองหาแฟชั่นร่วมสมัย สินค้าไลฟ์สไตล์ และของกินพรีเมียมคุณภาพดี
  • นักเดินทางที่ขึ้นลง BTS พร้อมพงษ์ อยากใช้เวลาว่างสัก 2–3 ชั่วโมงให้คุ้ม
  • ครอบครัวที่มีลูกโตแล้ว ชอบความหลากหลายทั้งอาหารและกิจกรรม โดยไม่ต้องเจอความวุ่นวายของริมถนน

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน สุขุมวิท:

  • สวนเบญจกิติ

    สวนเบญจกิติเป็นหนึ่งในพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ ที่เข้าถึงง่ายและน่าใช้เวลาจริงๆ ล้อมรอบทะเลสาบขนาดใหญ่ในย่านสุขุมวิท มีทางเดินร่มรื่นผ่านป่า เส้นทางเลียบทะเลสาบยาว 2.5 กิโลเมตร และบรรยากาศสงบจนน่าแปลกใจทั้งที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองแค่ไม่กี่นาที ยิ่งมาเช้าและค่อยๆ เดินชิลล์ ยิ่งได้อรรถรส

  • สวนเบญจสิริ

    ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงของสุขุมวิท สวนเบญจสิริเป็นสวนสาธารณะขนาดกะทัดรัดที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่นี่มีทั้งคนมาวิ่งตอนเช้า พนักงานออฟฟิศมาพักกลางวัน และครอบครัวมานั่งเล่นตอนเย็น หาร่มเงาและพื้นที่สีเขียวกลางย่านที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

  • เอ็มโพเรียม กรุงเทพฯ

    เอ็มโพเรียมเป็นห้างระดับไฮเอนด์ที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มายาวนาน เชื่อมต่อกับเอ็มควอเทียร์ผ่านทางสกายวอล์ก ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทติดสถานี BTS พร้อมพงษ์ เป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับพรีเมียมที่ให้บรรยากาศสงบกว่าย่านช้อปปิ้งอื่นๆ ของเมือง

  • ท้องฟ้าจำลอง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

    ท้องฟ้าจำลอง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา บนถนนสุขุมวิท เป็นแหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์สาธารณะหลักของกรุงเทพฯ มีทั้งโดมฉายดาวและนิทรรศการวิทยาศาสตร์แบบลงมือทำ ดึงดูดทั้งกลุ่มนักเรียนและผู้ใหญ่ที่สนใจ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ราคาย่อมเยาที่สุดในเมือง

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:สุขุมวิท
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:Bangkok

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.