รู้จักดูไบมอลล์: ควรไปจุดไหน เลี่ยงจุดไหน ใช้เวลาอย่างไรให้คุ้ม

ดูไบมอลล์คือศูนย์การค้าและบันเทิงขนาดใหญ่ระดับโลก ตั้งอยู่ใจกลางดาวน์ทาวน์ดูไบ ติดกับตึกเบิร์จคาลิฟา เข้าได้ฟรี เปิดถึงดึกเกือบทุกคืน ใครรู้เวลาและมุมลับจะเที่ยวได้คุ้มกว่าเยอะ

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
ถนนไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์ ดาวน์ทาวน์ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
การเดินทาง
สถานีเมโทร Burj Khalifa/Dubai Mall (สายสีแดง) มีทางเดินปรับอากาศตรงสู่ห้าง
เวลาเที่ยวชม
2 ชั่วโมง (เดินเล่นสบายๆ) ถึง 1 วันเต็ม (เดินครบ+กินข้าว+ดูโชว์)
ค่าใช้จ่าย
เข้าห้างฟรี ส่วนเครื่องเล่น (อะควาเรียม ลานสเก็ต VR) ซื้อบัตรแยกเป็นรายการ (ชำระเป็น AED)
เหมาะสำหรับ
ครอบครัว, มือใหม่เที่ยวดูไบ, หาที่หลบร้อนหรือฝน, เน้นบันเทิงยามเย็น
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
thedubaimall.com
ภาพดูไบมอลล์ช่วงกลางวัน เห็นตึก EMAAR ตึกระฟ้าสัญลักษณ์ และโซนน้ำพุดูไบ มองจากอีกฝั่งของน้ำ

ดูไบมอลล์คืออะไร จริงๆ แล้ว

ดูไบมอลล์เปิดตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2008 หลังจากสร้างมาตั้งแต่ปี 2004 ตอนนี้กลายเป็นศูนย์การค้าที่มีคนมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พื้นที่รวมทั้งห้างกว่า 1,124,000 ตารางเมตร และมีโซนร้านค้าราว 350,000 ตารางเมตร (ร้านค้า 1,200 กว่าร้าน) ขนาดใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข เดินข้ามจากปลายห้างถึงอีกฝั่งเร็วยังไงก็ 20 นาทีขึ้นไป ต่อให้มาบ่อย บางคนยังหลงทางโดยเฉพาะบนชั้นบนๆ

ที่นี่ไม่ใช่แค่ห้างเดินช้อปกินข้าว มีทั้งลานไอซ์สเก็ตมาตรฐานโอลิมปิก อะควาเรียมขนาดยักษ์ โซนความบันเทิง VR จุดชมวิวขึ้น Burj Khalifa โรงหนังมัลติเพล็กซ์ น้ำตกในร่ม และโซน Fashion Avenue ที่ให้ฟีลถนนแบรนด์เนมหรูมากกว่าห้างธรรมดา เข้ามาเดินในห้างไม่เสียเงิน แต่กิจกรรมดังๆ เกือบทั้งหมดต้องซื้อตั๋วเพิ่ม

ตัวมอลล์ตั้งอยู่เชิงตึก Burj Khalifa ใจกลาง Downtown Dubai และทางเข้าฝั่งใต้ของห้างเปิดไปสู่โซน Dubai Fountain เลย ตำแหน่งตรงนี้ทำให้สามารถเดินเที่ยวครบทั้ง Burj Khalifa, Dubai Fountain และมอลล์ดังในทริปเดียว

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

สถานีรถไฟฟ้า Burj Khalifa/Dubai Mall (สายสีแดง) มีทางเดินลอยฟ้าปรับอากาศยาวตรงถึงห้าง สะดวกและเย็นสบายกว่ามากโดยเฉพาะวันร้อน ไม่ต้องยุ่งกับจุดพักรถที่อาจงงและคนแน่น

เวลาที่ควรไป – บรรยากาศเปลี่ยนทั้งวัน

ถ้ามาก่อนเที่ยงวันธรรมดา ห้างจะสงบกว่าที่คิด ทางเดินหินอ่อนกว้าง เงียบสงบ น้ำตกกลางห้างชัดเจน พนักงานร้านค้าก็ให้บริการเต็มที่ไม่เหนื่อยล้า เป็นช่วงเวลาทองสำหรับใครอยากเดินแบบมีเป้าหมาย จองขึ้น Burj Khalifa เช็คอะควาเรียมแบบไม่ต้องต่อคิว หรือลองเดินช้อปร้านหรูชั้นล่างช้าๆ

ตั้งแต่ราว 4 โมงเย็น บรรยากาศจะคึกคักขึ้นทันตา เด็กนักเรียน ครอบครัวเริ่มแน่นฟู้ดคอร์ต โซนลานสเก็ตก็มีคนดูมากขึ้นและทางเดินไปทางเข้า Dubai Fountain จะเริ่มแออัดราว 6 โมงเย็น เย็นวันพฤหัสฯ ศุกร์ โถงกลางคนแน่นมาก ใครไม่ชินอาจรู้สึกมึนๆ โชว์น้ำพุวิ่งทุก 30 นาที ตั้งแต่ 6 โมงถึงเที่ยงคืน คนแห่ดูที่ระเบียง ร้านอาหารรอบๆ จึงเต็มไปด้วยผู้คนช่วงเย็น

ช่วงดึก 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืนจะได้ฟีลอีกแบบ ร้านค้าค่อยๆ ปิด แต่ชั้นอาหารกับบอร์ดวอล์กริมบึงยังคึกคัก Burj Khalifa เปิดไฟเต็มที่ น้ำพุจัดโชว์ชุดสุดท้าย คนบางตาลง เดินเพลิน ห้างปิดราว 5 ทุ่ม โดยศุกร์-เสาร์หรือช่วงมีกิจกรรมใหญ่จะปิดดึกกว่าปกติเล็กน้อย

จุดไหนที่คุ้มจ่ายเงิน

อะควาเรียม Dubai Aquarium and Underwater Zoo อยู่ชั้นล่าง แทงก์ปลาขนาดมหึมาเห็นฟรีจากผนังกระจกของห้าง แทงก์นี้ถือว่าใหญ่ระดับโลก ถ้าซื้อตั๋วเข้าไปจะขึ้นไปดูโซน Underwater Zoo ที่เน้นความรู้วิทยาศาสตร์มากขึ้น เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก และไฮไลต์เด็ดคือได้เดินลอดอุโมงค์ใต้น้ำใต้แทงก์ซึ่งต้องซื้อตั๋วเท่านั้น

ลานสเก็ตน้ำแข็งโอลิมปิกชั้นล่างเปิดตลอดทั้งปี คนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวนิยมกันมาก ดูข้างรั้วฟรี แต่ถ้าอยากลงเล่นต้องซื้อตั๋วรวมรองเท้า มีรอบทั้งวัน บ่ายแก่ๆ คนจะเริ่มแน่น

การขึ้นจุดชมวิว Burj Khalifa ต้องซื้อตั๋วที่โต๊ะรับบัตรเฉพาะในมอลล์ บัตรสำหรับ At the Top (ชั้น 124) และ At the Top Sky (ชั้น 148) ควรจองล่วงหน้าทางออนไลน์เพราะคิวหน้าประตูมักเต็มโดยเฉพาะช่วงวันหยุดหรือฤดูหนาว ใครอยากขึ้นจุดชมวิวควรเผื่อเวลาไว้ครึ่งวัน ไม่ควรแค่แทรกกลางทริปช้อปปิ้ง

ℹ️ ดีที่ควรรู้

น้ำตกประติมากรรมในโซน Fashion Avenue เรียกว่า Dubai Waterfall เป็นน้ำตกสูงหลายชั้น ชมฟรี สร้างเสียงบรรยากาศโดดเด่น เหมาะถ่ายรูปตอนเช้าที่แสงธรรมชาติจากด้านบนลงมา

เดินยังไงในห้างจะไม่หลง

ห้างแบ่งเป็นหลายโซนหลักๆ: Fashion Avenue (แบรนด์เนมหรู), Gold & Diamond Park ใกล้โซค, ฟู้ดคอร์ต, โซนบันเทิงมีลานไอซ์สเก็ตกับอะควาเรียม, และ Fountain Views ซึ่งเป็นร้านอาหารคาเฟ่เลียบทะเลสาบ Burj Khalifa ทุกจุดมีแผนที่แจกที่เคาน์เตอร์ Guest Services และแอปของห้างใช้เดินนำทางแบบ turn-by-turn ได้ ควรใช้เพราะแผนผังงงง่ายสำหรับมือใหม่

ที่จอดรถรวมๆ มีราว 14,000 คัน ฟังดูเยอะ แต่ช่วงเย็นห้างก็ยังเต็มและหาที่จอดยากมาก ทุกโซนเก็บค่าจอด พื้นที่จอดฝั่ง Zabeel เข้าทางสะพานจะโล่งกว่าจุดหน้าประตูหลัก บริการวัลเลต์มีหลายจุดเข้า

การเข้าถึงสำหรับผู้ใช้วีลแชร์และทุกกลุ่มทำได้ดี ลิฟต์ถึงทุกชั้น ทางลาดมีครบตรงที่บันไดเลื่อน และที่จอดรถสำหรับคนพิการเห็นชัดทุกอาคาร เคาน์เตอร์ Guest Services บนแต่ละชั้นช่วยเหลือเรื่องรถเข็นและข้อสงสัยได้

กินดื่มในห้าง – รอบนี้เจอแบบไหน

ร้านอาหารที่นี่มีทุกแบบตั้งแต่เชนจานด่วนราคาประหยัด ร้านนั่งเล่นกลางๆ ไปจนถึงโซนริมบึงวิว Burj Khalifa เต็มตา Fountain Views ช่วงค่ำบรรยากาศดีที่สุด แต่ราคาก็สูงตามวิว มื้อสำหรับสองคนร้านกลางๆ ฝั่งน้ำพุ ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 200–400 AED

ฟู้ดคอร์ตชั้นล่างสุดราคาจับต้องได้ ตัวเลือกเยอะทั้งอาหารเอเชีย ตะวันออกกลาง ฝรั่ง เวลาพีค (13.00–14.00 และ 19.00–21.00) หาโต๊ะอาจต้องรอพอสมควร ถ้าอยากนั่งสบายขึ้นชั้นบน Galeries Lafayette Food Hall คุณภาพดีกว่า ร้านเต็มรูปแบบ แต่ราคายังไม่แรงเท่าร้านวิว

ดูไบมอลล์ไม่ใช่ที่หาของกินท้องถิ่นสไตล์สตรีทฟู้ดหรืออาหารเอมิเรตีแท้ๆ ถ้าเน้นเสพบรรยากาศพื้นเมือง ไปย่าน Deira หรือ Bur Dubai จะได้ฟีลกว่า แต่ห้างนี้เหมาะกับใครหาที่กินสะดวก นั่งเย็นๆ ท่ามกลางแบรนด์อินเตอร์ เลือกบรรยากาศได้ตามใจ

เตรียมตัว – ข้อควรรู้แบบไม่กั๊ก

ช่วงที่เหมาะสุดสำหรับเที่ยวดูไบคือพฤศจิกายนถึงมีนาคม อุณหภูมิกลางวันเดินเล่นสบายๆ ระหว่างมอลล์กับ Burj Khalifa หรือบอร์ดวอล์กน้ำพุได้ ไม่ร้อนจัด พอเข้าซัมเมอร์ (มิ.ย.–ก.ย.) กลางแจ้งแตะ 40 องศา คนเลยหนีเข้าห้างและที่แอร์เย็นมากขึ้นกว่าเดิม ห้างจะคึกคักและเสียงดังขึ้น แม้จะเปิดเหมือนเดิม

ถ้าตรงกับ Dubai Shopping Festival ปลายเดือนธันวาถึงมกราคม ห้างจะเปิดยาว มีโปรโมชันเยอะ ลดราคาบางช่วงจริงจัง แต่คนแห่กันไปมากเป็นพิเศษ ควรเผื่อเวลาเดินให้เยอะกว่าปกติ

ดูไบมอลล์ไม่เหมาะกับคนที่อยากสรรหาประสบการณ์แบบท้องถิ่นเงียบสงบ หรือหลบเส้นทางหลัก ที่นี่คือโครงสร้างเชิงพาณิชย์ขนาดมหึมา สร้างไว้รองรับคนมหาศาลตามนั้น ถ้าชอบความครบ เดินง่าย เย็นสบาย ร้านดัง แบรนด์เนม วิวดี กิจกรรมเยอะ ไม่ต้องไปหลายที่ นี่คือตัวเลือกตรงจริต แต่อย่างไรลองถามตัวเองว่าตรงกับสิ่งที่มองหาในดูไบหรือเปล่า

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ถ้ามาช่วง Dubai Shopping Festival หรือวันหยุดยูเออี ที่จอดรถรอบห้างจะเต็มและติดขัดหนักมาก นั่งเมโทรสะดวกกว่าแน่นอน เผื่อเวลาเดินจากสถานีเข้าห้าง 10–15 นาที

ถ้าอยากเข้าใจความทะเยอทะยานด้านสถาปัตยกรรมของดูไบทั้งเมือง แนะนำดู คู่มือสถาปัตยกรรมดูไบ จะช่วยให้เห็นภาพว่าดาวน์ทาวน์ดูไบเติบโตขึ้นรอบๆ พื้นที่นี้อย่างไร และทำไมดูไบมอลล์ถึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ยุคหนึ่งของการวางผังเมืองในดูไบ

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • สถานีเมโทร Burj Khalifa/Dubai Mall จะเชื่อมกับทางเดินลอยฟ้าตรงสู่ห้าง ควรเดินให้สุดทางก่อนลงบันได เพราะโถงกลางตรงนี้จะพาไปอีกฝั่งของห้าง ถ้าเลือกถูกลงถูกจุด ประหยัดเวลาเดินวนไปอีกตั้ง 10 นาที
  • ทางเดินบอร์ดวอล์กข้างนอกห้างสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเข้าไปในมอลล์เลย ถ้าตั้งใจดูโชว์น้ำพุ (Dubai Fountain) อย่างเดียว เข้าได้ทั้งจากสะพาน Souk Al Bahar หรือทางเลียบทะเลสาบช่วงเย็นวันที่คนเยอะ จะเดินไม่ติดขัด
  • ถ้าต้องการขึ้นจุดชมวิว Burj Khalifa ให้จองบัตรออนไลน์ล่วงหน้าหลายวัน ช่วง พ.ย.–มี.ค. คิวหน้าประตูจะเต็มตั้งแต่บ่าย ใครไปช่วงพีคควรจองก่อนไปจะได้ไม่พลาด
  • ห้าง Galeries Lafayette มีทางเข้าแยกจากโซนมอลล์หลัก ช่วงเย็นที่คนแน่นจะสงบกว่า ร้านอาหารชั้นบนวิว Burj Khalifa ดี ราคาสบายกว่าร้านโซนหน้าฟาวเท่น
  • มากับเด็ก ไม่ต้องซื้อบัตรเข้าชมอะควาเรียมทันที เพราะแทงก์ปลายักษ์ชั้นล่างเห็นฟรีจากฝั่งทางเดิน ดูก่อนว่าลูกสนใจมั้ยแล้วค่อยตัดสินใจซื้อตั๋วสำหรับโซนใต้ทะเลดีกว่า

ดูไบมอลล์ เหมาะสำหรับใคร?

  • ผู้ที่มาเที่ยวดูไบครั้งแรก อยากดูทั้ง Burj Khalifa น้ำพุดูไบ และแลนด์มาร์คเด็ดๆ ในพื้นที่เดียว
  • ครอบครัวที่มากับเด็ก วางแผนครึ่งวันหรือวันเต็ม กิจกรรมหลากหลาย เหมาะกับคนทุกวัย
  • ใครมาเจออากาศร้อนช่วงซัมเมอร์ หาแอร์ดีๆ เดินได้สบายทั้งวัน
  • สายช้อปปิ้งที่ชอบของแบรนด์เนม อินเตอร์ หรืออยากเดินรวมๆ ร้านดังไว้จุดเดียว
  • นักเดินทางที่อยากรวมกิจกรรมดูโชว์น้ำพุ มื้อเย็น และขึ้นชมวิว Burj Khalifa ในคืนเดียว
สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:ดาวน์ทาวน์ดูไบ
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:ดูไบ

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.