โรงเบียร์ De Halve Maan: ตำนานเบียร์ของบรูจส์ที่ยังมีชีวิตตั้งแต่ปี 1856

Brouwerij De Halve Maan คือโรงเบียร์แบบครอบครัวรายเก่าสุดท้ายในใจกลางเมืองเก่าบรูจส์ ที่ยังคงผลิตเบียร์เอกลักษณ์ Brugse Zot ที่สถานที่เดิม Walplein มาตั้งแต่ปี 1856 ทัวร์นำชมพาเดินผ่านหม้อต้มทองแดงขึ้นดาดฟ้าชมวิว พร้อมชิมเบียร์และเรื่องราวสายส่งเบียร์ใต้ดินสายแรกของโลกที่ลากผ่านถนนเมืองนี้

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
Walplein 26, 8000 Brugge — ใกล้ Begijnhof ย่านประวัติศาสตร์ด้านใต้
การเดินทาง
ป้ายรถบัสใกล้สุด: Brugge Onze-Lieve-Vrouwekerk สถานีรถไฟ: Station Brugge (เดินถึงได้) ไม่มีที่จอดรถตรงโรงเบียร์ — ใช้ Parking Katelijne ใกล้ๆ
เวลาเที่ยวชม
1.5–2 ชั่วโมงสำหรับทัวร์และชิมเบียร์ หากใช้บริการร้านอาหารหรือนั่งดาดฟ้า ควรเผื่อเวลาเพิ่ม
ค่าใช้จ่าย
ผู้ใหญ่ 16 ยูโร | เด็ก 6–15 ปี 8.50 ยูโร | ต่ำกว่า 6 ปี เข้าฟรี | XL Tour 26 ยูโร ร้านของที่ระลึกโดยทั่วไปเปิดช่วงสาย เช็คเวลาอัปเดตที่เว็บไซต์
เหมาะสำหรับ
คอเบียร์ คนรักประวัติศาสตร์ หรือคนที่ชอบวิวเมืองจากมุมสูง
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.halvemaan.be/en
ทางเข้าโรงเบียร์ De Halve Maan ที่บรูจส์ มีต้นไม้ สำนักงานขายตั๋ว และถังไม้แบรนด์ Straffe Hendrik ตั้งบนลานหิน
Photo Bybbisch94, Christian Gebhardt (CC BY-SA 4.0) (wikimedia)

โรงเบียร์ De Halve Maan คืออะไร

Brouwerij De Halve Maan หรือชื่อไทยตรงตัวคือ 'โรงเบียร์พระจันทร์ครึ่งดวง' เป็นโรงเบียร์ครอบครัวรายสุดท้ายที่ยังใช้งานอยู่ในกำแพงเมืองเก่าบรูจส์ ผลิตเบียร์มาต่อเนื่องบนถนน Walplein ตั้งแต่ปี 1856 จุดขายก็อยู่ที่ความเก่าแก่นี่แหละ โรงเบียร์เบลเยียมส่วนใหญ่มักอยู่ชานเมือง ที่นี่พาเรามุดเข้าหม้อทองแดงในตึกยุคศตวรรษที่ 19 หลังคาเตี้ย กลิ่นยีสต์ลอยอ่อนๆ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทัวร์ รู้เลยว่าของจริง

ที่นี่ผลิต Brugse Zot เบียร์บลอนด์รสฮ็อพ และ Straffe Hendrik เบียร์ที่แรงกว่า มีตั้งแต่แบบ quadrupel ทุกอย่างต้มและเสิร์ฟสดที่ระเบียงคาเฟ่ของโรงเบียร์ หันออกจตุรัส Walplein เบียร์เป็นของดีจริงๆ คนท้องถิ่นก็มานั่งกิน ไม่ใช่แค่ของฝากนักท่องเที่ยว

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

แนะนำให้จองรอบทัวร์ออนไลน์ล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดหรือเทศกาลคริสต์มาส รอบกลางวันจะเต็มไวบนเว็บสามารถเลือกวันและรอบเวลาได้เลย

ทัวร์โรงเบียร์: มีกิจกรรมอะไรบ้าง

ทัวร์แบบมาตรฐาน (ผู้ใหญ่ 16 ยูโร) ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เดินสำรวจโรงเบียร์จริง กลุ่มเล็กๆ ผ่านห้องมอลต์ โซนหม้อต้ม ห้องหมัก ที่สำคัญคือโรงนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้รับนักท่องเที่ยว เลยยังคงความดิบแบบโรงงานจริง กลิ่นเปลี่ยนตามแต่ละส่วน หม้อต้มจะอุ่นๆ มีกลิ่นข้าว ใกล้ถังหมักจะเย็นและได้กลิ่นแอลกอฮอล์แรงขึ้น

ไฮไลต์คือช่วงปลายทัวร์จะมีปีนขึ้นชั้นดาดฟ้า ชมวิวหลังคาเมืองและยอดโบสถ์เต็มๆ แบบไม่มีอะไรบัง ถ้าวันฟ้าใสจะเห็นหอ Belfort ทางเหนือและยอดโบสถ์ Onze-Lieve-Vrouwekerk อยู่ใกล้แค่เดินถึง ไกด์จะบอกจุดสำคัญต่างๆ แต่ความจริงวิวก็สวยจนอยู่ได้นานๆ แม้ไม่ต้องฟังบรรยาย

จบทัวร์จะได้ชิมเบียร์ 1 แก้ว ที่คาเฟ่ชั้นล่าง ถ้าอยากกินเพิ่มจ่ายเองที่บาร์ ส่วน XL Tour (26 ยูโร) จะได้ชิมเบียร์มากขึ้น และเจาะลึกเรื่องการผลิต เหมาะกับสายเบียร์ตัวจริง ทัวร์ธรรมดาก็เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป

ℹ️ ดีที่ควรรู้

ทัวร์นี้ต้องเดินขึ้นลงบันไดราว 220 ขั้น ตึกเก่าโครงสร้างปรับแต่งไม่ไหว รถเข็นเข้าไม่ถึง แต่คาเฟ่กับร้านของที่ระลึกอยู่ชั้นถนน เข้าได้สะดวก

ท่อเบียร์ใต้ดิน: เรื่องเด็ดต้องรู้ก่อนมา

ปี 2016 De Halve Maan ได้สร้างโปรเจกต์โครงสร้างชวนทึ่งให้วงการเบียร์เบลเยียม นั่นคือท่อเบียร์ใต้ดินยาว 3.3 กิโลเมตรจากโรงที่ Walplein ไปยังโรงบรรจุขอบเมือง ท่อนี้ส่งเบียร์จริงๆ ไม่ใช่น้ำหรือแก๊ส ลอดใต้ถนนกับคลองเมืองเก่า โปรเจกต์นี้ได้เงินระดมทุนจากแฟนเบียร์ที่ได้สิทธิ์ลดราคาตลอดชีพเป็นการตอบแทน

เหตุผลคือถนนเก่านี้แคบ แค่ขนเบียร์ด้วยรถบรรทุกก็ลำบาก สมัยก่อนไม่มีท่อ ก็ต้องขับถังไปมาทุกวัน ท่อใหม่นี้ช่วยโรงเบียร์ให้ยังผลิตที่ศูนย์กลางเมืองได้ และลดปัญหารถติดลงด้วย ไกด์จะเล่าในทัวร์ให้ฟัง แต่ถ้ารู้พื้นฐานมาก่อนจะเข้าใจความพิเศษได้เต็มที่

ควรมาเมื่อไร: บรรยากาศเปลี่ยนตามฤดู

ทัวร์เช้าตอนสายๆ มักจะคนน้อย เดินชิลๆ ได้สบาย เสาร์บ่ายเดือนกรกฎาคม ถ้ามาแบบไม่ได้จองอาจต้องต่อคิวนาน และพื้นที่ระเบียงจะเต็มไวหลังแต่ละรอบ ถ้าอยากชิลจริงๆ แนะนำจองวันธรรมดาหรือรอบแรกของวัน

วิวดาดฟ้าเปลี่ยนฟีลมากในแต่ละฤดู หน้าร้อนแดดอุ่น เมืองดูสวยจากข้างบน หน้าหนาวอาจมีเมฆต่ำแต่ลานเบียร์และชั้นล่างจะรู้สึกอบอุ่น กาแฟระเบียงก็ยังเปิดถ้าอากาศเหมาะ ฝนตกก็ยังมีทัวร์ เพราะส่วนใหญ่เดินในตึก แต่อาจไม่ได้ขึ้นดาดฟ้า

โรงเบียร์นี้อยู่ในย่านย่าน Minnewater-Begijnhofที่ถือว่าเงียบสงบกว่าส่วนอื่น มาเย็นๆ จะได้เดินเล่นต่อไปBegijnhofกับทะเลสาบ Minnewater ต่อได้ ทั้งสองจุดเดินจาก Walplein ไม่ถึง 10 นาที

การเดินทางและข้อมูลเชิงปฏิบัติ

Walplein เดินจากจัตุรัส Markt ทางใต้ราว 15 นาที เส้นทางผ่านถนนช้อปปิ้ง Steenstraat เข้าซอยโบสถ์ Onze-Lieve-Vrouwekerk สถานีรถไฟใกล้ที่สุดคือ Station Brugge มีรถบัส De Lijn วิ่งถึง แต่เดินมาก็ง่ายและวิวดี

โรงเบียร์ไม่มีที่จอดรถ ต้องจอดที่ Parking Katelijne แล้วเดินต่ออีกนิด ขี่จักรยานมาก็สะดวก เพราะบรูจส์มีเลนจักรยานรอบเมือง ที่ Walplein ก็หาที่ล็อกจักรยานง่าย

ถ้าวางแผนเดินเที่ยวโซนนี้ในบรูจส์นานๆ ระยะทางจากChurch of Our Ladyแค่เดินเหนือขึ้นไป 5 นาที จะเจอGruuthuse Museumอยู่ข้างโบสถ์พอดี รวมสามจุดนี้เข้าไทม์ไลน์ช่วงบ่ายสบาย ไม่ต้องเดินวนซ้ำ ถ้าอยากเจาะลึกแนะนำดูแผนการเที่ยว Bruges 1 วันจะได้วางแผนเทียวครอบคลุมสุด

คุ้มไหม?

ราคาผู้ใหญ่ 16 ยูโร ถือว่าอยู่โซนบนของสถานที่ท่องเที่ยวบรูจส์ คุ้มค่าไหมแล้วแต่สิ่งที่คุณหา ถ้าชอบการทำเบียร์ยุคดั้งเดิม วัฒนธรรมเบลเยียม หรือประวัติอาหารในเมืองนี้ ทัวร์จัดเต็มจริงๆ บรรยากาศธรรมชาติหาที่อื่นในเมืองแบบนี้ไม่ได้ วิวดาดฟ้าก็สวยและไม่แออัดเหมือนหอ Belfort

ถ้าไม่ได้ชอบเบียร์เป็นพิเศษ แต่เน้นชมวิวสูง ที่อื่นก็มีให้ปีนแต่ราคาถูกกว่า เด็กต่ำกว่า 6 ขวบเข้าฟรีแต่ต้องไต่ขึ้นลงถึง 220 ขั้น อาจไม่เหมาะกับเด็กเล็ก พื้นที่ร้านของที่ระลึกกับคาเฟ่ระเบียงเข้าได้ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วทัวร์

ถ้าสนใจอาหารและเครื่องดื่มโลคัลของบรูจส์ ลองจับคู่โรงเบียร์นี้กับคู่มือเบียร์ Brugesจะได้เข้าใจวัฒนธรรมเบียร์ก่อนจะมาถึงจริงๆ สายช็อกโกแลตก็มีChoco-Story museumอยู่ใกล้ เดินไปต่อบ่ายเดียวได้เลย

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ทัวร์มาตรฐานรวมเบียร์ให้ 1 แก้ว ถ้าเลือกได้ ให้ถามไกด์ว่าเบียร์ Brugse Zot หรือ Straffe Hendrik แบบไหนกำลังสดที่สุด ถ้าอากาศเย็นช่วงปลายปี Straffe Hendrik Quadrupel มักอร่อยกว่าเพราะหมักนาน
  • ระเบียงหน้าร้าน Walplein หันใต้ รับแดดบ่าย ถ้าอากาศดี ควรเผื่อเวลานั่งชิลจิบเบียร์อีกรอบหลังจบทัวร์ ที่นี่นักท่องเที่ยวไม่เยอะเท่า Markt บรรยากาศคนละเรื่อง
  • ถ่ายรูปวิวดาดฟ้าช่วงเช้าแสงจะสวย เพราะตึกอิฐและโบสถ์โดนแดดตรงๆ ตอนบ่ายยอดแหลมจะอยู่ในร่มเงาเพราะแดดตะวันตก
  • ร้านของที่ระลึกมีเบียร์ขนาดใหญ่และแพ็กของขวัญที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มี โดยเฉพาะ Straffe Hendrik ขวดใหญ่ น่าซื้อกลับบ้าน ร้านเปิดสายๆ ไม่ต้องมีตั๋วทัวร์ แต่ควรเช็คเวลาเปิดจริงที่เว็บ
  • ถ้ามาหลายคนแล้วบางคนไม่อยากเข้าทัวร์ สามารถนั่งรอที่คาเฟ่หรือเดินชมร้านของที่ระลึกได้เลย ทั้งสองจุดนี้เข้าจากถนน ไม่ต้องมีตั๋ว

โรงเบียร์ De Halve Maan เหมาะสำหรับใคร?

  • คอเบียร์ที่อยากเข้าใจกระบวนการทำเบียร์เบลเยียมในบริบทจริง
  • คนที่อยากดูวิวบรูจส์จากมุมสูงแต่ไม่อยากต่อคิวขึ้นหอคอย Belfort
  • คู่รักหรือกลุ่มเล็กๆ ที่เที่ยวโซนประวัติศาสตร์ใต้ เดินเล่น Begijnhof กับ Minnewater ด้วย
  • ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปและเดินขึ้นลงบันไดเยอะได้
  • นักท่องเที่ยวสายโครงสร้างเมืองแปลกใหม่ เช่น ท่อเบียร์ใต้ดิน 3.2 กม.

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Minnewater & Begijnhof:

  • เบไกนาจ เทน ไวนการ์เดอ

    เบไกนาจ เทน ไวนการ์เดอ ก่อตั้งปี 1245 ยังมีแม่ชีเบเนดิกตินอาศัยอยู่ เดินเข้าได้ฟรี ลานกว้างสีขาวปลอดโปร่ง ติดทะเลสาบ Minnewater นี่คือทุกอย่างที่ควรรู้ก่อนมา

  • Minnewater (ทะเลสาบแห่งความรัก)

    Minnewater หรือทะเลสาบแห่งความรัก คืออ่างเก็บน้ำสมัยกลางที่เงียบสงบ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของย่านประวัติศาสตร์บรูช เดินชมฟรีได้ตลอดวัน บรรยากาศริมทะเลสาบมีหงส์และเรื่องราวหลากศตวรรษ งดงามน่าถ่ายรูปที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองนี้

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:Minnewater & Begijnhof
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:บรูจส์

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.